google search

Google

i'm a flirt

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ศัพท์เด็กแนว

ศัพท์เด็กแนว

เฟค (Fake) - การสร้างจินตนาการ/การหลอกตัวเอง

สุดตีน - ที่สุดของที่สุด

โออิชิ - เกิดอาการชาตามร่างกาย

หรูไฮ - ดูดีมีฐานะ

สปก. - หนีเอาตัวรอดไปก่อนเพื่อน (เสือกไปก่อน)

มีองค์

-

ใช้เรียกเพื่อนชายที่เป็นเกย์

ด๋อย

-

เชยๆ เสี่ยวๆ

ชิลๆ

-

ง่ายๆ สบายๆ

สวยเป๋อ

-

ผู้หญิงสวยแต่ซุ่มซ่าม

เพียวเค็ม

-

คนที่งกมากๆ

สะแอ๋ง

-

ชอบสอดเรื่องชาวบ้าน

ตะไบ

-

เสริมแต่ง

สลิ่ม

-

สีสันเสื้อผ้าที่ตัดกันมากเช่น เขียวกับชมพู

เหียก

-

หน้าตาขี้เหร่มากๆ

ศัพท์กะเทย

สลัมบอมเบย์ - ต่ำสุดๆ

กระต่ายป่า - ผู้ชายที่ยังไม่รู้อะไร ดูซื่อๆ

แก่นเซี้ยวเยี่ยวราด - กะเทยที่ไม่เรียบร้อย

สะดือด่วน - ไวในเรื่องเพศ

กทม. - กะเทยเก๊กแมน

ดัดจร - เวิร์บช่อง 3 ของดัดจริต

มิสเปรู - มีเงินเท่าไรให้ผู้ชายหมด

ลูกนายก - ถูกผู้ชายยกเค้าไปหมด

ฉ่ำสะมิหลา สงขลาปัตตานี แฟนตาซีภูเก็ต - เริ่ดหรูหาอะไรเปรียบไม่ได้

ช่อราษฎร์ - แย่งแฟนเพื่อน

ปาดหน้าเค้ก - แย่งผู้ชายที่คนอื่นหมายปอง

ซุงแหล - เวิร์บช่อง 3 ของตอแหล

ซิซูกะ - ตะกละ

ออนป้า - แสดงความเป็นป้าสู่สายตาประชาชน

ศัพท์คุณหนู

ฝนเริ่มตั้งเค้า - มีใจให้กันหรือตกหลุมรัก

ล็อกอิน (Login) - เชื่อมต่อ

คุณพระช่วยกล้วยทอด - คำอุทานเวลาตกใจ

เต่ากัดยาง - ช้ามากๆ

ศัพท์บ้านๆ

อย่างหรอย - รากศัพท์มาจากภาษาใต้ แปลว่าสุดยอด เยี่ยมยอด

ต๊ะต่อนหยอน - รากศัพท์มาจากภาษาเหนือ หมายถึงชิลๆ เวอร์ชั่นคำเมือง

คุณนายหอยหอม - หญิงวัย 30 ขึ้นไปแต่งตัวเก่ง ไม่ทำงานช็อปปิ้งอย่างเดียว

กะเทยลุ่มน้ำโขง - สาวประเภทสองที่แต่งกาย แต่งหน้าสีสันฉูดฉาด สรีระกล้ามเป็นมัด โหนกแก้มสูง

ปริมณฑล - คนไม่ทันสมัยและออกเชยๆ

ตัวอย่าง เมื่อกะเทยกทม.นัดเจอกับกะเทยลุ่มน้ำโขง

กทม : ต๊ายยยยยยยยย... อีด๋อย เดี๋ยวนี้แต่งตัวหรูไฮ ว่าแต่ว่าหล่อนยังทำตัวเป็นมิสเปรูอยู่หรือเปล่าย้า...

ลนข

: แหม... ใครจะไปเหมือนหล่อนละย้า... สะดือด่วนปาดหน้าเค้กตลอดเวลา...ซิซูกะจริงจริ๊ง

...

กทม

: อุ๊ย... นังสลัมบอมเบย์ ชั้นไม่ใช่คุณนายหอยหอมนี่ย้า...

ขืนไปทำเป็นฝนเริ่มตั้งเค้า ดักกระต่ายป่า ได้นอนโออิชิกอดหมอนข้างกันมั่งหละ

ลนข

: เชอะ...

เหียก ๆ อย่างหล่อน ระวังจะเจอลูกนายกเข้าซักวัน

กทม

:

ก็ยังดีกว่าเพียวเค็มแล้วยังช่อราษฎร์อย่างหล่อนนั่นแหละย่ะ

ลนข

: กรี๊ดดดดดดดดดดด... อีสปก

.

The Taj Mahal (1630 A.D.) Agra, India

This immense mausoleum was built on the orders of Shah Jahan, the fifth Muslim Mogul emperor, to honor the memory of his beloved late wife. Built out of white marble and standing in formally laid-out walled gardens, the Taj Mahal is regarded as the most perfect jewel of Muslim art in India. The emperor was consequently jailed and, it is said, could then only see the Taj Mahal out of his small cell window.





ทัชมาฮัล: Taj Mahal
เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
ทัชมาฮัล คือสุสานที่ใหญ่ที่สุดซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยคำสั่งของ Shah Jahan
(จักพรรดิมุสลิมมองโกลที่5) เพื่อเป็นเกียรติแห่งความทรงจำของภรรยาที่รัก สร้างด้วย หินอ่อนสีขาวและตั้งอยู่อย่างเป็นระเบียบบนกำแพงสวน Taj Mahal ได้ถูกยกย่องให้เป็นอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดทางศิลปะของมุสลิม ในอินเดีย เนื่องจากเหตุนั้นจักพรรดิจึงถูกจองจำและทำได้เพียงแค่เฝ้ามอง Taj Mahal จากหน้าต่างเล็กๆ เท่านั้น






Thx


http://www.new7wonders.com/index.php?id=366

ประวัติความเป็นมาของบีบอย B boy

ประวัติB_Boy คำว่า B-Boying นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษาของชนชาติแอฟริกัน คือ คำว่า Boioing หมายความว่า กระโดด,โลดเต้น และถูกใช้ในแถบ Bronx Riverในการเรียก รูปแบบการเต้นเบรกกิ้งของกลุ่มชาวบีบอย ตัว B ในคำว่า Bgirl : Bboy นั้นย่อมาจาก Break-Girl : Break-Boy(บางทีก็หมายถึง Boogie หรือ Bronx) B-Boying นั้นยังเป็นที่รู้จักในชื่อ เบรกกิ้ง หรือ เบรคแด๊นซ์ (อันหลังได้รับการบัญญัติโดยสื่อมวลชน)Breaking นั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Rocking มาก่อน เป็นการสะท้อนของอิทธิพลจากชนชาวแอฟริกัน อเมริกัน หรือวัฒนธรรมชาวลาติน(เปอโตริกัน)ซึ่งมาพร้อมกับการอพยพ และ ปักฐานที่กรุงนิวยอร์กในช่วงปลายยุค60นั่นเอง"เบรกกิ้ง" เป็นการเต้นที่ได้รับอิทธิพลจากการเต้นหลากหลายรูปแบบ ทั้งท่วงท่าจากกีฬายิมนาสติก รวมถึงจากศิลปะการเคลื่อนไหวของโลกตะวันออกอีกด้วย เป็นที่คาดคิดกันว่า เบรคกิ้ง หรือเบรคแด๊นซ์นั้นมีรากฐานมาจากคาโปเอร่า หรือ Capoeira คำว่า เบรค (Break)--นั้นเป็นช่วงของจังหวะดนตรีที่ดุดันและเร้าใจ ในช่วงจังหวะนี้เหล่านักเต้นจะแสดงอารมณ์ด้วยท่าเต้นที่จะดึงดูดสายตาที่สุดเลยทีเดียวเรียกว่ามีอะไรก็เอามาโชว์ให้หมด Kool DJ Herc เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในการขยายช่วงจังหวะนี้ให้สนุกมากขึ้นด้วยเทิร์นเทเบิ้ลถึงสองตัว โดยเล่นแผ่นเสียงพร้อมกันทั้ง2เครื่องและใช้แผ่นเสียงเพลงเดียวกัน ใช้เทคนิคถูแผ่นต่างๆกันไปซึ่งนักเต้นสามารถจะถ่ายทอดท่าเต้นได้นานกว่าเดิม ที่มักจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในระยะแรกๆนั้นการเต้นจะเป็นท่า upright ที่ภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ top rocking เป็นท่ายืนเต้น ซึ่งมีอิทธิพลมาจาก Brooklyn uprocking, การเต้นแท็ป , lindy hop , ซัลซ่า, ท่าเต้นของ Afro Cuban, ชนพื้นเมืองแอฟริกันและชนพื้นเมืองชาวอเมริกัน และก็ยังมีท่าท๊อปร็อคแบบ Charleston ที่เรียกว่า"Charlie Rock" อิทธิพลอีกอย่างนั้นมาจาก James Brown กับผลงานเพลงยอดฮิต Popcorn (1969) และ Get on the Good Foot (1972) จากท่าเต้นที่เต็มไปด้วยพลังและรูปแบบที่โลดโผนสนุกสนาน ผู้คนจึงเริ่มที่จะเต้นในแบบ GoodFoot ในขณะ ที่การต่อสู้กันด้วยลีลาท่าเต้นเริ่มจะกลายมาเป็นประเพณีการเต้น Rocking หรือ Breaking นั้นก็เริ่มจะแทรกซึมเข้ามาสู่วัฒนธรรมฮิปฮอป (ปะทะกันด้วยความสร้างสรรค์ไม่ใช่ด้วยอาวุธ) และมันเริ่มพัฒนาท่าเต้นที่เริ่มหลากหลายขึ้น ทั้งการย่ำเท้า การสับขา การลากเท้า และท่วงท่าที่จะใช้ปะทะกัน คือมีดีอะไรก็นำมาโชว์และเป็นที่มาของท่า footwork(floor rocking) และ freezesFloor rocking มีอิธิพลมาจากภาพยนตร์แนวต่อสู้ ในช่วงปลายยุค70, การเต้นแท็ป ( ฟุตเวิร์กแบบชาวรัสเซีย,การตบ, การกวาดตัวเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว, ท่าล้อเกวียน ) และท่าอื่นๆ ซึ่ง Floor rocking ได้เข้ามาเป็นท่า เต้นหลักเพิ่มขึ้น จาก toprocking ในช่วงการเต้นขึ้นลงสู่พื้น เรียกว่า การ godown หรือ การ drop ยิ่งทำได้ลื่นไหลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีFreezes นั้นมักใช้ในเป็นท่าจบ ซึ่งมักจะใช้เป็นท่าล้อเลียนหรือท้าทายฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ต่อสู้ ท่าที่ยอดฮิตก็คือ chairfreeze และ babyfreeze ท่า chair freeze นั้นกลายเป็นท่าพื้นฐานของหลายๆท่าเพราะว่าระดับความยากง่ายของท่าที่ต้องใช้ความสามารถพอตัว คือ การใช้มือ แขน ข้อศอกในการพยุงตัวในขณะที่เคลื่อนไหวขาและสะโพกเป้าหมายหลักในการปะทะ หรือ Breaking Battle นั้นก็คือ เอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยท่าที่ยากกว่า สร้างสรรค์กว่า และรวดเร็วกว่าในทั้งจังหวะและการFreezesซึ่งก็เป็นสิ่งที่ Breaking crews หรือกลุ่มของนักเต้นนั้น เข้ามารวมตัวกันและช่วยกันฝึกฝนและคิดค้นท่าใหม่ๆ เพื่อเอาชนะกลุ่มอื่นๆกลุ่มบีบอยที่เป็นที่รู้จักในช่วงแรกๆ คือ กลุ่ม Nigga Twins และกลุ่มอื่นๆอย่างเช่น TheZulu Kings, The Seven Deadly Sinners, Shang-hai Brothers, The Bronx Boys, Rockwell Association,Starchild La -Rock,Rock Steady Crew and the Crazy Commanders(CC step) เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นผู้บุกเบิกวงการนักเต้นบีบอยยุคแรกๆ ช่วงที่การเต้นแบบนี้เริ่มพัฒนาจนมีเอกลักษณ์ น่าสนใจและสร้างนักเต้นที่เป็นที่รู้จักนั่น ก็คือช่วงกลางยุคปี 70 ก็ได้แก่นักเต้นอย่าง Beaver, Robbie Rob(Zulu Kings), Vinnie, Off (Salsoul), Bos (Starchild La Rock), Willie Wil,Lil' Carlos (Rockwell Association), Spy, Shorty (Crazy Commanders),Jame Bond, Larry Lar, Charlie Rock (KC Crew), Spidey, Walter (Master Plan) ฯลฯกลุ่มบีบอยใหญ่ๆที่ทำใหศิลปะการปะทะกันด้วยเบรคแด๊นซ์นี้ไม่หายไปก็คือการปะทะกันระหว่างกลุ่ม SalSoul (เปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น The DiscoKids)กับกลุ่ม Zulu Kings และระหว่างกลุ่ม Starchild La Rock กับ Rockwell-Association ในขณะนั้น เบรคกิ้ง หรือ เบรคแด๊นซ์ ยังมีแค่ท่า Freezes,Footworks and Toprocks และ ยังไม่มีท่า Spins!ในช่วงปลายยุค 70 กลุ่มบีบอยรุ่นเก่าๆเริ่มที่จะถอนตัวกันไปและบีบอยรุ่นใหม่ๆก็เริ่มเข้ามาแทนที่ และ คิดค้นสร้างสรรค์ท่าและรูปแบบการเต้นใหม่ๆขึ้นเช่น การหมุนทุกๆส่วนของร่างกาย เพิ่มขึ้นมา ซึ่งเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน เช่นท่า Headspin, Continues Backspin หรือ Windmill และอื่นๆอีกมาก ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนามาเรื่อยๆในช่วงยุค 80 มีกลุ่มบีบอยหลายๆกลุ่มที่โด่งดังในกรุงนิวยอร์ก ได้แก่'Rock Steady Crew' , 'NYC Breakers' , 'Dynamic Rockers' , 'United StatesBreakers' , 'Crazy Breakers' , 'Floor Lords' , 'Floor Masters' , 'IncredibleBreakers' , 'Magnificent Force' ฯลฯ บีบอยที่เก่งช่วงนั้นก็เช่น Chino, Brian,German, Dr. Love (Master Mind), Flip (Scrambling Feet),Tiny (IncredibleBody Mechanic) ฯลฯ.การปะทะกันที่ยิ่งใหญ่มากในตอนนั้น เป็นการปะทะกันระหว่างRock Steady Crew กับ NYC Breakers และระหว่าง Rock Steady Crewกับ Dynamic Rockers และในช่วงปลายยุคปี80การปะทะกันระหว่างกลุ่มเหล่านี้ก็เริ่มดึงดูดสายตาเหล่าสื่อมวลชนและในปี1981 ช่องABCได้ถ่ายทอดการแสดงของ Rock Steady Crewที่ Lincoln Center และในปี1982 การปะทะกันระหว่าง Rock Steady Crew กับ--Dynamic Rockers ได้รับการบันทึกเป็นสารคดี ในชื่อ "Style Wars" และได้รับการถ่ายทอดอย่างเป็นทางการจากช่อง PBS ซึ่งก็ทำให้ การเต้นเบรกกิ้งเดินทางไปสู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา และในปีเดียวกันนั้น "Roxy" คลับโรลเลอร์สเก็ตดิสโก้ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็น คลับฮิปฮอป.ปี1983 ภาพยนตร์ "Flashdance" เป็นที่นิยมอย่างมาก และ มิวสิควีดีโอของMalcolm McLarens ที่ชื่อ "Buffalo Gals" ก็ได้ฉายออกทีวี Rock Steady Crew นั้นได้มีส่วนร่วมแสดงในทั้งสองเรื่องและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากความสำเร็จของทั้งภาพยนตร์และเพลงสำหรับคนทั่วไปแล้วการเต้น ?เบรคกิ้ง?นั้นเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน และน่าตื่นตาตื่นใจ และในปีเดียวกันนั้น ภาพยนตร์เรื่อง"Wild Style" ก็ออกฉายและมีการโปรโมตภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการออกทัวร์ครั้งแรกของชาวฮิปฮอป มีทั้ง The MCs, DJs, Graffiti artists และ Breakers เดินทางไปโปรโมตที่ London และ Paris การออกโปรโมตครั้งนี้นั้นเป็นครั้งแรกที่โชว์เบรคกิ้ง ได้เปิดการแสดงสดในทวีปยุโรปในปี1984 ภาพยนตร์เรื่อง"Beat Street" เปิดตัวฉายและกลุ่มบีบอยที่ได้แสดงในเรื่องก็คือ Rock Steady Crew, NYC Breakers และ Magnificent Forceและในช่วงการแสดงปิดท้ายงาน LA Olympic Summer Games เป็นการแสดงของบีบอย และ บีเกิร์ลกว่า 100คน! และในปีเดียว กัน "Swatch Watch NYC Fresh Tour"ก็ออกฉาย และภาพยนตร์ชื่อ "Breakin" ก็เริ่มถ่ายทำในปี1985 และต่อด้วย"Breakin 2: Electric Boogaloo" ทั้งสองเรื่อง ถ่ายทำในไนท์คลับชื่อ "Radio" (ภายหลังชื่อ "Radiotron") ใน LA' Breakin' หรือ Breakdance' ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยและแฟชั่น เห็นได้จากโฆษณา ผลิตภัณฑ์นม,RightGuard, Burger King ฯลฯ และรายการทีวี อย่าง Fame, That's Incredible!,David Letterman ฯลฯ ทั้งนี้กลุ่มบีบอยยังได้รับเกียรติให้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของเจ้าชาย ของ Bahrain และQueen Elizabeth อีกด้วยจวบจนปัจจุบัน "บีบอย" ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป และได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็นมุมไหนของโลก การสร้างสรรค์ลีลาการเต้นที่เป็นสนุกสนานก็ยังคงดำเนินต่อไป.......

R.kelly